ในส่วนตัวไม่แน่ใจว่า การทำ waiting page จะมีประโยชน์ต่อการทำ seo หรือไม่อย่างไร เช่น
- ทำให้ผู้ใช้งานอยู่ในเว็บเรานานขึ้นอีกนิด หรือไม่อย่างไร
- ใช้เก็บสถิติเว็บที่ลิ้งค์ออกไปภายนอก เพื่อไว้ใฃ้งานข้อมูลหรือไม่อย่างไร
- ไว้แสดงโฆษณา ของ google หรือไม่อย่างไร
- ป้องกันการเก็บ keyword ของเว็บปลายทาง หรือไม่อย่างไร
.... อื่่นๆ
อย่างไรก็ตาม การทำ waiting page ควรมีลิ้งค์แสดงให้ผู้ใช้คลิกไปที่เว็บดังกล่าวไว้เป็นทางเลือก เพื่อไม่ให้ต้องรอจนครบตามเวลาที่เรากำหนดให้ทำการลิ้งค์ไปอัตโนมัติ
ตัวอย่าง
www.ninenik.com/demo/link_replace_page.php
เริ่มต้นการทำ waiting page1. กำหนดพื้นที่ของข้อมูล ที่ต้องการจัดรูปแบบ ลิ้งค์ ด้วย jQuery โดยการใช้แท็ก div และกำหนด class ให้กับส่วนของข้อมูลนั้น เช่น ข้อมูลแสดง
1 2 3 | < p > สามารถหาความรู้ เพิ่มเติม เกี่ยวกับการใช้งาน jQuery ได้ที่เว็บไซต์ < a href = "http://www.jquery.com" >jQuery.com</ a > หรือค้นหาข้อมูลได้ที่ < a href = "http://google.com" >Google.com</ a > </ p > |
ให้กำหนด div คลุมส่วนของเนื้อหานั้นๆ และกำหนด class ให้กับ div ตามต้องการเช่น
1 2 3 4 5 | < div class = "yourclass" > < p > สามารถหาความรู้ เพิ่มเติม เกี่ยวกับการใช้งาน jQuery ได้ที่เว็บไซต์ < a href = "http://www.jquery.com" >jQuery.com</ a > หรือค้นหาข้อมูลได้ที่ < a href = "http://google.com" >Google.com</ a > </ p > </ div > |
2. สร้างโฟลเดอร์สำหรับเก็บไฟล์ waiting page ในตัวอย่างที่นี้กำหนดโฟลเดอร์เป็น weblink
3. แทรก jQuery สำหรับกำหนดรูปแบบของลิ้งค์ ในไฟล์ที่แสดงข้อมูล ในข้อ 1
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 | <script type= "text/javascript" src= "js/jquery-1.4.2.min.js" ></script> <script language= "javascript" type= "text/javascript" > $( function (){ $( "div.yourclass" ).find( "a" ).each( function (){ // เปลี่ยน ninenik เป็นชื่อโดเมนตามต้องการ // เปลี่ยน weblink เป็นชื่อโฟลเดอร์ ตามที่กำหนดในข้อ 2 var newURL=$.trim($( this ).attr( "href" )); var gText=$( this ).text(); var goURL= "" ; if (newURL.match(/(\b(https?:\/\/|www.)(ninenik.com))|(\b(mailto:))/)== null ){ } else { goURL=newURL; } $( this ).attr( "href" , "" ); $( this ).attr( "href" ,goURL); $( this ).text(gText); }); }); </script> |
3. สร้างไฟล์ index.php ไว้ในโฟลเดอร์ตามข้อ 2 แทรกโค้ดตัวอย่างต่อไปนี้
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 | <!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" <head> <meta http-equiv= "Content-Type" content= "text/html; charset=utf-8" /> <title><?= $_SERVER [ 'QUERY_STRING' ]?> waiting page</title> </head> <body> <div style= "width:95%;margin:auto;height:450px;" > <?php if (isset( $_SERVER [ 'QUERY_STRING' ])){ $linkURL =trim( $_SERVER [ 'QUERY_STRING' ]); ?> <p ><br /><br /> <br /> <script language= "javascript" > // สร้างให้ทำการลิ้งค์ไปที่ url ที่ส่งมาอัตโนมัติ ใน 4 วินาที (1 วินาที แทนด้วย 1000) // เปลี่ยน ninenik เป็นชื่อโดเมนตามต้องการ // เปลี่ยน weblink เป็นชื่อโฟลเดอร์ ตามที่กำหนดในข้อ 2 var urlToGo= new String(window.location); setTimeout( function (){ top.location.href=urlToGo; }, 4000); </script> <br /> กรุณารอสักครู่ เรากำลังพาคุณไปยังเว็บไซต์ <br /> <span class = "mynewLink2" ><?= $linkURL ?></span><br /><br /> <a href= "<?=$linkURL?>" >คลิกที่นี้ ลิ้งค์จาก www.ninenik.com ไปยังเว็บไซต์ <span ><?= $linkURL ?></span> ทันที</a> </p> <?php } ?> </div> </body> </html> |
4. ปรับแต่งรูปแบบของไฟล์ index.php ตามต้องการ
* Waiting Page เป็นคำที่ใช้ เพื่อความเข้าใจในการอ้างถึงเท่านั้น